News Title :
โอกาส’ ที่เซียนหุ้นยัง ‘เสียดาย
24 Jul 2015

แวดวงนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชื่อชั้นของ ‘วัชระ แก้วสว่าง’ ในฐานะนักลงทุนส่วนบุคคล ได้รับการยอมรับกันว่าเป็น ‘ตัวจริง’ ด้วยประสบการณ์ด้านการลงทุนมานานมากกว่า 20 ปี เผชิญหน้ากับภาวะกระทิงและหมีมาแล้วหลายครา จนถึงปัจจุบันกล่าวได้ว่าเขาเป็นนักลงทุนที่สร้างความมั่งคั่งให้ชีวิตและมีอิสระทางการเงินอย่างเต็มที่   แน่ล่ะ.. ปัจจัยหลักของความสำเร็จมี 3 ประการ คือ ศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจัง  รู้วิธีป้องกันความเสี่ยง  และพร้อมทุกเมื่อเพื่อการลงทุน เพราะโอกาสดีๆ ไม่ได้มาเคาะประตูเรียกอยู่ทุกวัน  

 “เป็นนักลงทุนต้องทำงานแบบ full time รู้อะไรรู้ให้จริงรู้ให้ลึก ผมและเพื่อนที่ลงทุนจริงจัง ยังไม่มีใครเจ๊งสักคน  ทุกอาชีพมีความเสี่ยง คุณดูช่างทำความสะอาดกระจกนอกอาคารสิ เสี่ยงไหม? แล้วคนเหล่านี้เคยตกตึกตายไหม? ไม่เลย  เพราะเขามีการป้องกันความเสี่ยงของตัวเอง เขาเหมาะกับสิ่งที่เขาทำด้วยความชำนาญด้วยความรู้  การเป็นนักลงทุนก็เช่นกัน มันไม่ใช่อาชีพที่เหมาะกับทุกคน”  วัชระ แก้วสว่าง ในวัยต้น 40 เปิดบทสนทนากระตุกความคิดกันเล็กๆ สำหรับใครก็ตามที่มองว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้นสร้างความมั่งคั่งให้ชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

 ปีพ.ศ.2535 วัชระ เริ่มเข้าสู่แวดวงนักลงทุนมือสมัครเล่นในช่วงวัยต้น 20 ขณะกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญด้วยเหตุผลเดียวที่เชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์ทำให้ ‘รวยและรวยได้เร็ว’  เขาเรียนรู้การลงทุนด้วยตนเอง ลองผิดลองถูกหลายต่อหลายครั้ง ต้องพบเจอกับความเสี่ยงที่ไม่อาจคาดเดาในขณะที่ก็เคยทำกำไรชนิดที่เรียกได้ว่ารวยข้ามวัน จนพบแนวทางการลงทุนในสไตล์ของตัวเองในที่สุด เขาบอกว่า ต้องเชื่อในสัญชาติญาณการลงทุนของตัวเอง และการจะมีสัญชาติญาณนั้นได้ คุณต้องศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจังพร้อมทั้งลงมือปฏิบัติ   การเรียนรู้และการปฏิบัติบัติทำให้รู้วิธีป้องกันความเสี่ยงรูปแบบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น  นั่นคือเหตุผลสำคัญที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะ diversify เม็ดเงินที่ได้จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไปยังสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นการลงทุนอีกรูปแบบที่สร้างความมั่งคั่งและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

จะว่าไปแล้ว การสร้างความมั่งคั่งให้กับชีวิตและครอบครัวเป็นเพียงเป้าหมายหนึ่งเท่านั้น เพราะเป้าหมายสำคัญคือการสร้างครอบครัวที่มีความสุขสมบูรณ์แบบ  ในมุมมองของสองสามีภรรยานักลงทุน การใช้ชีวิตเมืองมีความสำคัญเพราะมันเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและการทำงาน  สำหรับลูกๆ การเดินทางที่สะดวกเมื่อไปโรงเรียนยิ่งมีความจำเป็น  ครอบครัวแก้วสว่างจึงเลือกที่พักอาศัยในทำเลย่านสาทร แน่นอนว่ารูปแบบที่พักคืออาคารสูงหรูหราทันสมัย

“ เรามองหาบ้านเดี่ยวในทำเลใจกลางเมืองมาตลอดนะ แต่ยังไม่เจอที่ ‘ใช่’ จริงๆ เสียที”  โสภิศ  แก้วสว่าง ภรรยาคนสวยของวัชระ ร่วมพูดคุยพร้อมกับสามีและเล่าว่า ในฐานะนักลงทุน จะมีตัวเลือกในการวางแผนเพื่อใช้ในการตัดสินใจ ตัวเลือกหนึ่งคือ เพ้นท์เฮ้าส์ใจกลางเมืองย่าน CBD  ด้วยกำลังซื้อสูงที่พวกเขามี ราคาจึงไม่ใช่ปัจจัยในการเลือก  

“เราแค่ไม่อยากได้กล่องไม้ขีดขนาดใหญ่ขึ้นกว่าที่เรามีอยู่  เราอยากมีสิทธิในที่ดินด้วยถ้าต้องจ่ายในระดับนั้น”  ฝ่ายสามีกล่าวเหตุผลเสริม  และเพิ่มตัวเลือกที่สองเข้ามา คือการหาซื้อที่ดินใจกลางเมืองแล้วปลูกสร้างบ้านเอง  “ตัวเลือกนี้ถูกใจเรา   ที่ดินเป้าหมายเราเจอแล้ว  แต่เมื่อคิดอีกครั้ง ผมกับภรรยาเห็นว่าถ้าทำเช่นนั้นเราจะอ่อนด้อยเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชีวิต  เพราะบ้านสร้างเองหลังเดียว ไม่มีสังคมที่เราวางใจได้รอบด้าน ระบบความปลอดภัยแน่นหนาแค่ไหนเราก็อดห่วงไม่ได้”  

ทั้งคู่จึงยัง ‘รอโอกาส’ ต่อไป  กระทั่งต้นปีพ.ศ.2558 บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ส่งจดหมายถึงลูกค้า VIP แจ้งข่าวการเปิดตัวโครงการ พาร์ค พรีว่า บ้านเดี่ยวในทำเล hot spot ใหม่ของศูนย์กลางย่านธุรกิจบนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 บริหารจัดการโครงการโดย บริษัทนารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

“โอกาสมาถึงแล้ว” คุณวัชระบอก  เขาเริ่มศึกษาข้อมูลของสินค้าตัวนี้ทันที  เริ่มที่ทำเล ผ่านฉลุย  ขนาดที่ดิน ยังไม่มั่นใจ เพราะสอบถามทีมขายพบว่าที่ดินสูงสุดในการสร้างบ้านคือ 100 ตารางวา แต่ความต้องการของเขาคือ 200 ตารางวาเป็นอย่างต่ำ  ส่วนเรื่องแบบบ้าน ต้องเห็นของจริงก่อน  แล้วเกี่ยวกับเจ้าของโครงการล่ะ มั่นใจได้  แม้จะเป็นการพัฒนาโครงการระดับพรีเมียมไฮเอนด์โครงการแรกของกลุ่มนารายณ์ฯ ก็ตาม  แต่มุมมองของนักลงทุนจะมุ่งเป้าไปที่โปรดักท์มากกว่า หากสามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ ความสำเร็จของโครงการย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน   ยังมีข้อมูลสนับสนุนอื่นๆ อีกจากการพูดคุยระหว่างกันของผองเพื่อนนักลงทุนทำให้พบว่าไม่ควรปล่อยโครงการพาร์ค พรีว่า ให้หลุดมือ

หนึ่งวันก่อนวันเปิดจองโครงการวันแรก  ทั้งที่มองว่าเป็นโอกาสดีแต่คุณวัชระยังให้ความสำคัญกับภารกิจงานตรงหน้ามากกว่าการรีบร้อนรับโอกาสนั้น  “ทีมขายโครงการโทรมาคอนเฟิร์มนัดให้ไปร่วมงานวันเปิดโครงการวันแรก  ผมจึงบอกให้คุยกับภรรยาผมแทนเพราะวันนั้นผมกำลังบรรยายเรื่องการลงทุนอยู่บนเวที   ในใจคิดว่าอีกสัปดาห์จะเข้าไปดูโครงการแล้วค่อยตัดสินใจ และยังติดในเรื่องขนาดของที่ดิน  แต่ที่ไหนได้  สัปดาห์เดียวจริงๆ ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเฟสแรกของโครงการ บ้านหลังละห้าสิบหกสิบล้านจำนวน 30 หลังขายหมดเกลี้ยงแล้ว  ผมพลาดโอกาสดีที่สุดไปแล้วจริงๆ ”    

หนึ่งสัปดาห์หลังวันเปิดจองโครงการวันแรก  แม้โอกาสดีที่สุดจะหลุดมือไปแล้ว (บ้านขนาดใหญ่บนที่ดิน 100 ตารางวา) แต่ยังมีโอกาสดีในเฟสสอง (บ้านขนาดใหญ่บนที่ดิน 80 ตารางวา) ให้กับครอบครัวแก้วสว่างซึ่งตัดสินใจเป็นลูกบ้านทันทีที่ได้เห็นแบบบ้านเพราะทุกสิ่งที่โครงการมอบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนเมืองได้มากที่สุด

© ทำเลศักยภาพดีเยี่ยมใจกลางเมือง  เดินทางสะดวกทั้งการขับรถเอง และใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์วัฒนธรรม

© ดีไซน์บ้านและการจัดพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาดของบ้านทุกแบบ ส่งมอบจินตนาการการใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุขและสมบูรณ์แบบได้ทันที

© ชุมชนมีระดับ ระบบความปลอดภัย 3 ชั้น (Triple tier) ของโครงการสร้างความมั่นใจให้กับลูกบ้านทุกคน

“เป็นการลงทุนเพื่อการอยู่อาศัยที่คุ้มค่าที่สุด  เสียดาย..ที่ไม่ได้มาตั้งแต่วันแรกที่โครงการเปิดให้จอง”  คุณวัชระ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

02 Sep 2015
ทางบริษัท นารายณ์ พร๊อพเพอตี้ จำกัด ผู้บริหารโครงการบ้านเดี่ยว พ...
24 Jul 2015
แวดวงนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชื่อชั้นของ ‘วัชร...
24 Jul 2015
ต้นปีพ.ศ. 2558 บ้านเดี่ยวหรูสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารีได้ปรากฏโฉมขึ...